การเกิด

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมไว้สำหรับใช้หลังคลอด

          ห้องนอนนั้นไม่ต้องพูดถึง ดูเหมือนจะเป็นของหญิงหลังคลอดทั้งห้อง การจัดเตรียมห้องก็ดังที่เคยพูดไปแล้ว คือใช้ร่างแห หรือยอที่ทางเหนือเรียกว่า "จำ" ขึงเป็นเพดานข้างบน ข้างฝาพื้นฟากที่เป็นช่องเป็นรูก็ต้องหาหนามมาสะไว้ ส่วนใหญ่จะใช้หนาม เล็บแมว ฝาตรงไหนที่เป็นช่องที่พอจะปิดได้ก็ปิด ประตูห้องก็ต้องติดเฉลว 3 ชั้นบ้าง 7 ชั้นบ้าง (เฉลว ทางเหนือเรียก ตาแหลว แหลวคือเหยี่ยว ตาของเหยี่ยวคมและ มีเลนส์ที่ไว สามารถมองเห็นได้ไกล) ที่ติดตาแหลวตาเหยี่ยวก็เพื่อให้ช่วยดูแลรักษาป้องกันผี ผีมาทางไหนตาแหลวจะได้มองเห็นหมด แล้วจะได้บอกสิ่งป้องกันภัยอย่างอื่นให้ระวัง คงจะเป็นอย่างนี้กระมัง

 
ตาแหลว (เฉลว)

          นอกจากการเตรียมห้องก็ต้องเตรียมของใช้ ได้แก่ ผ้ามัดหัว สำหรับโพกหัวทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันลมขึ้นหัว ผ้าคาดท้องเพื่อป้องกันไม่ให้ท้องใหญ่และเพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ถือกันว่าถ้าคาดท้องดีมดลูก จะได้ต้อม (แฟบ) แห้ง ถ้าไม่คาดท้อง ระหว่างที่อยู่เดือนจะเป็นท้องตกปง คือ ท้องหย่อนในภายหลัง ผ้าอ้อมโดยมากจะฉีกเอาจากผ้าซิ่นเก่าของแม่ หม้อต่อมสำหรับน้ำปูเลย (ไพล และต้มยาต่างๆ มุ้ง และยาหอมยาดม ม้วนที่นอนไว้สำหรับให้แม่กำเดือนพิงเอนหลัง ตะเกียงน้ำมันก๊าด อู่ (เปล) ไม้ไผ่ ตะกรุด ป้องกันผี มหาหิงค์ ซึ่งเป็นยาป้องกันและรักษาท้องเด็ก

เด็กตายหลังคลอด

          ถ้าเด็กตายหลังจากเกิดแล้ว 3 วัน 7 วัน ขึ้นไป ก่อนที่จะนำเด็กไปฝัง พ่อแม่จะร้องไห้บอกกับศพเด็กว่าให้วิญญาณของลูก จงมาเข้าท้องของแม่ จะได้เป็นแม่เป็นลูกกันอีก โดยทั่วไปเชื่อว่าเด็กที่ตายในช่วงนี้จะเกิดใหม่ได้เร็ว ดังนั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ จะใช้ปูนแดง หรือมินหม้อป้ายก้นเด็กให้เป็นเครื่องจำหมาย ที่ใช้มินหม้อคงเพราะเป็นของที่หาได้ง่าย เมื่อมีลูกคนต่อไป ถ้ามีปานดำ หรือปานแดงที่ก้น เชื่อว่าเป็นลูกคนก่อนมาเกิดใหม่

          การฝังศพเด็กจะไม่ค่อยพิถีพิถันมากเท่าใด ใช้ผ้าห่อศพแล้วนำไปฝังที่ป่าช้า ถ้าเด็กอายุเป็นเดือนขึ้นไป จะใช้เปลของเด็กนั้น ใส่ศพหามไปฝังที่ป่าช้า บนปากหลุมใช้เปลครอบตีหลัก เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าเป็นหลุมฝังศพเด็ก และเพื่อกันหมาขุดคุ้ยด้วย คนใน ล้านนาจะไม่ค่อยกลัวผีเด็ก ไม่เหมือนกับทางภาคกลางที่ต้องให้หมอ เวทมนตร์มาทะ (ห้าม) ขนันศพ แล้วบรรจุลงหม้อ ที่ลงยันต์ ตรีนิสิงเห ปิดด้วยผ้าขาว ผูกด้วยสายสิญจน์ แล้วจึงนำไปฝัง คงกลัวว่าผีเด็กจะมารบกวน ต่างกับล้านนาที่บอกให้วิญญาณเด็กมา เข้าท้องเป็นลูกเป็นแม่กันใหม่

          ระหว่างที่ลูกยังเล็กอยู่ในเดือนนี้ พ่อแม่ต้องระวังภัยอันจะเกิดมีขึ้นหลายอย่าง หลายประการ พระเครื่องที่เชื่อว่ามักจะรบกวน หยอกล้อเด็กให้ร้องไห้ เช่นพระสิบสอง พระรือหน้ายักษ์ เป็นต้น ต้องอาราธนาออกไปไว้นอกชายคาบ้าน โดยมากจะเก็บไว้ ที่ค้าง เฟือง (โรงเรือนหรือที่สำหรับเก็บฟางข้าว) หรือนำไปฝากเพื่อนบ้านไว้

การให้นมให้อาหาร

          หลังจากคลอดแล้ว แม่บางคนยังไม่มีน้ำนมสำหรับเลี้ยงทารก ก็ต้องคอยน้ำนมกันต่อไป เมื่อไม่แน่ใจว่าจะมีน้ำนมหรือไม่ ก็จะ หาสมุนไพรที่ทำให้เกิดน้ำนม หรือของอย่างอื่นตามที่เชื่อต่อๆ กันมา เมื่อมีน้ำนม น้ำนมแรกจะมีสีเหลืองเชื่อกันว่าเป็นน้ำนมเสีย จะ บีบทิ้งก่อน จนเห็นเป็นสีขาวแล้วจึงให้ลูกดูด การที่ไม่มีน้ำนมให้ลูก สมัยก่อนเป็นเรื่องที่น่ากังวลของผู้เป็นแม่มาก ปัจจุบันนี้คง ไม่เกิดปัญหาอะไร เพราะให้ทารกดื่มน้ำนมสัตว์แทนนมแม่ได้ แต่สมัยโบราณนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวถ้าคลอด หลายวันแล้ว แม่ไม่มีน้ำนม ก็ต้องอุ้มเด็กไปหาหญิงที่คลอดลูกในช่วงเดียวกัน หรือไปอ้อนวอนขอให้ผู้หญิงนั้นมาที่บ้าน เพื่อให้นมแก่ลูก แต่โดย มากหญิงทั่วไป ไม่มีใครรังเกียจที่จะให้ดื่มนมร่วมกัน คงสงสารเด็กมากกว่าอย่างอื่น ด้วยเหตุนี้จึง ทำให้หมอพื้นบ้านค้นหาตำรา ยาสมุนไพรที่กินแล้วทำให้มีน้ำนม ตำราหนึ่งกล่าวว่า หลังจากที่เกิดลูกแล้วสัก 2 วัน ให้เอาหัวปลีมาต้มกิน อีกตำราหนึ่งกล่าวว่า ขวั้น (ขั้ว) ขนุนที่เขาปลิดลูกแล้ว แต่ยังเหลือขวั้นติดกับต้น นำมาต้มกินน้ำ จะทำให้มีน้ำนม ให้ลูกกินอย่างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อน เมื่อคลอด ได้ 6-7 วันก็จะให้อาหารแก่ทารกแล้ว อาจจะให้กล้วยน้ำว้าก่อน จากนั้นจึงจะให้ข้าวผสมลงไปด้วย บางรายเมื่อเด็กร้องไห้บ่อยๆ คิดว่าเด็กหิวเพราะน้ำนมไม่อยู่ท้อง จึงทำให้เด็กร้องไห้ หลังเกิด 3-4 วันก็ให้อาหารแก่ทารก เพื่อต้องการให้เด็กหลับนานๆ ไม่ร้อง ไห้รบกวน

การฝังรก

          หลังจากจัดการเรื่องเด็กเรียบร้อยแล้ว แม่ช่างจะล้างทำความสะอาดรก ถ้าไม่ล้างให้สะอาด เด็กจะเกิดเม็ดผดผื่นคัน เนื้อตัวดู ไม่ค่อยสะอาดไปด้วย เสร็จแล้วห่อด้วยใบตองส่วนหาง ที่เรียกว่า หางตอง แล้วใช้เข็มเย็บผ้าปักลงไปบนห่อรก เชื่อว่าต่อไปในภาย ภาคหน้าเด็กจะฉลาดมีปัญญาเฉียบแหลมเหมือนเข็ม พ่อของเด็กจะเป็นผู้ฝังรก จะไม่นิยมนำไปฝังโคนต้นไม้ เชื่อว่าเมื่อเด็กโตขึ้น กำลังซนจะชอบปีนต้นไม้ จึงนิยมเอาไปฝังใต้บันไดบ้าน ถึงเด็กจะชอบขึ้นลงเล่นบันได หากตกบันไดเด็กจะ ไม่เป็นอันตรายมาก เท่ากับตกต้นไม้ การจับห่อรกตอนนำไปฝังต้องจับให้ถูกข้าง คือใช้มือขวาจับ เด็กจะได้ถนัดมือขวา ถ้าใช้มือซ้ายจับ เด็กจะถนัดมือ ซ้าย ประเพณีในภาคกลางจะไม่ฝังรกในทันที แต่เก็บรกไว้ในหม้อ เอาเกลือโรยข้างบนตั้งไว้ที่เตาไฟครบ 3 วันแล้วจึงจะนำไปฝัง
          ส่วนสายสะดือที่ติดอยู่กับตัวเด็กเมื่อถึงกำหนดหลุดออก พ่อแม่จะนำไปตากแห้งแล้วห่อผ้าขาวเก็บไว้ เมื่อมีพี่มีน้องด้วยกัน หลายคน จะนำสายสะดือรวมกันแช่น้ำให้ลูกๆ ทุกคนดื่ม เชื่อว่าพี่น้องจะรักกันไม่ทะเลาะกัน มีกิจการงานสิ่งใดจะคอยช่วยเหลือกัน เสมอ

บ่มผิวทารก

          การให้ทารกนอนในกระด้ง ใช้ผ้าวงรอบขอบกระด้ง แล้วคลุมด้วยผ้าโปร่งกันแมลง เพื่อบ่มผิวทารกให้อุ่นให้ร้อน การบ่ม ผิววิธีนี้เรียกกันว่า "อุ้ก" เมื่อนานวันเข้าผิวหนังชั้นนอกของเด็กจะลอกออก เรียกผิวหนังชั้นนอกนี้ว่า หนังในท้องไม่ใช่หนังจริง เมื่อลอกหนังสีแดง ออกเป็นหนังสีขาวเชื่อว่าผิวหนังเด็กจะดี ถ้าไม่ทำการอุ้กตัว ดังกล่าว เมื่อโตขึ้นเด็กมักจะเป็นโรคผิวหนัง หรือผิว กระด่างกระดำ ผิวไม่สวย

© 2018 ศูนย์สารสนเทศชุมชน ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี.

Please publish modules in offcanvas position.