การโกนจุก

พิธีมงคลโกนจุก

       พิธีมงคลโกนจุก คือพิธีตัดจุกของเด็ก ที่ผู้ใหญ่ให้ไว้จุกมาตั้งแต่ทำพิธีโกนผมไฟ การประกอบพิธีมงคลโกนจุกทำกันเมื่อเด็กชายมีอายุ 13 ปี ถ้าเป็นเด็กหญิงก็มีอายุ 11 ปี การตระเตรียมงาน คือนำวันเดือนปีของเด็กไปให้โหยผูกดวง กำหนดฤกษ์ที่จะประกอบพิธี กำหนดงานไว้ 2 วัน คือนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ตอนเย็นและฉันอาหารตอนเช้า การโกนจุกทำกันในตอนเช้าของวันที่ 2 พิธีที่ทำในวันแรก วันแรกเริ่มประกอบพิธีในตอนเย็นโดยเจ้าภาพจัดแจงโกนผมเด็กรอบจุก อาบน้ำแต่งตัวและเกล้าจุกไว้ให้เรียบร้อย ปักด้วยปิ่น หรือสวมพวงมาลัยไว้เมื่อพระสงฆ์มาพร้อมแล้ว ก็นำเด็กมานั่งต่อหน้าพระสงฆ์ฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ ข้างหน้าเด็กมีโต๊ะสำหรับรองพานเครื่องตัดจุก เตรียมจับด้ายสายสิญจน์ทำเป็นวงกลมสวมลงพอเหมาะแก่จุกของเด็ก เมื่อพระเริ่มสวดพระพุทธมนต์ก็ให้สวมลงไป และสายสิญจน์ที่พระจับสวดมนต์มาคล้องศีรษะเด็ก และเอาออกมาเมื่อพระสวดจบแล้ว พิณพาทย์ประโคม ลั่นฆ้องและโห่ร้องเอาชัยเป็นการเสร็จพิธีตอนเย็นวันแรก รุ่งขึ้นให้เด็กแต่งตัวนุ่งขาวห่มขาว แบ่งจุกของเด็กออกเป็น 3 ปอย เอาแหวนนพเก้าสวมปอยละ 1 วง แซมด้วยใบเงินใบทองและหญ้าแพรก เมื่อพระสงฆ์มาพร้อมแล้วก็ให้เด็กไปนั่งเบื้องหน้า พอได้ฤกษ์โหรลั่นฆ้องขึ้น 3 ครั้ง โห่ร้องเอาชัย พระสงฆ์สวดชยันโต พิณพาทย์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์มหาชัย พอพระสงฆ์สวดถึงบทที่ว่า สีเส ปฐวิโปก ขเร ผู้เป็นประธานก็เริ่มตัดจุกปอยแรกทันที ส่วนจุกปอยที่ 2-3 ให้ผู้มีอายุโสรอง ๆ ลงไปเป็นผู้ตัด พราหมณ์เป่าสังข์ ดีดบัณเฑาะว์ เสร็จแล้วให้ช่างโกนผมให้เกลี้ยง และในขณะทำพิธี ตอนนี้เอาด้ายสายสิญจน์ที่พระถือสวดชยันโตมาวงล้อมเด็ก และผู้เข้าร่วมกลุ่มทำพิธีไว้ด้วย เมื่อโกนผมเด็กเรียบร้อยแล้ว ให้นั่งในที่อันควร อาบน้ำมนต์ ให้ศีลให้พร แล้วให้ไปนั่งต่อหน้าพระสงฆ์ เจ้าภาพถวายอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์อนุโมทนาแล้วก็เป็นเสร็จพิธี ส่วนผมของจุกที่ตัดนั้น จะทำพิธีทำขวัญจุกในตอนเย็นอีกก็ได้ การทำขวัญจุกต้องเตรียมเครื่องบายศรี มีมะพร้าวอ่อน 1 ผล กล้วยน้ำว้า 1 หวี ขนมแดง ขนมขาว ขันใส่ข้าวสารสำหรับปักแว่นเทียน เมื่อได้ฤกษ์ก็ให้เด็กนั่งหน้าเครื่องบายศรี มีญาติมิตรห้อมล้อม ผู้ทำพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำอัญเชิญขวัญแล้ว เอาด้ายสายสิญจน์ผูกข้อมือเด็กข้างละ 3 เส้น ลั่นฆ้องชัยและเวียนเทียนจากเบื้องซ้ายมาเบื้องขวาครบ 7 ครั้ง ดับเทียนโบกควันแล้วเจิมหน้าด้วยแป้งกระแจะ เอาน้ำมะพร้าวอ่อนกับไข่ขวัญให้เด็กกิน 3 ครั้ง แล้วิปิดบายศรีตีฆ้องและโห่ร้องเอาชัย พิณพาทย์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์มหาชัย เมื่อมีการอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุขแล้วก็เสร็จพิธี ส่วนจุกนั้นให้ใส่กระทงบายศรีลอยไปในแม่น้ำเสีย ช่วงเวลา เมื่อเด็กมีอายุพอสมควร อาจจะเป็น ๗ ปี ๙ ปี หรือ ๑๓ ปี ก็เตรียมการทำพิธีโกนจุก เช่น กำหนดวันหาฤกษ์งามยามดี

       ความสำคัญ พิธีโกนจุก สืบเนื่องมาจากพ่อแม่คลอดลูกออกมาแล้วลูกนั้นเป็นหญิง พ่อแม่เกรงว่าจะไม่ได้ทำบุญจึงไว้จุกให้ลูก หรือลูกบางคนเลี้ยงยากมักเจ็บไข้อยู่เสมอ ๆ พ่อแม่จึงไว้จุกเพื่อจะได้เลี้ยงง่าย พ่อแม่จะโกนผมรอบ ๆ ข้างนอกออก แล้วทำเป็นจุกไว้ตรงกลางกระหม่อม การทำจุกกลางกระหม่อมน่าจะเป็นเพราะตรงกลางกระหม่อมของเด็กมีผมบาง หากปล่อยทิ้งไว้โล้น ๆ อาจจะเกิดอันตรายได้ง่าย เช่น เป็นหวัดหรือถูกของแข็งกระทบ จะทำให้กระทบกระเทือนไปถึงภายในสมองได้ เมื่อไว้จุกแล้วก็พอจะป้องกันอันตรายได้บ้าง

       พิธีกรรม ก่อนถึงวันโกนจุก จะมีการตกแต่งสถานที่สำหรับทำพิธีมงคล เตรียมหม้อน้ำมนต์ ผ้าขาว ใบบัว หญ้าแพรก ฟักเขียว มีดโกน กรรไกร ใส่พานไว้ แล้วเตรียมไปนิมนต์พระสงฆ์มาในพิธีสวดมนต์เย็นและฉันเช้า เมื่อถึงวันทำพิธีแต่งตัวเด็กให้สวยงามตามฐานะแล้วให้เด็กไปโกนจุกยังสถานที่พิธี โดยให้เด็กถือใบลานด้วยเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจที่จะมาทำร้าย นำเด็กเข้าไปฟังสวดข้างในหน้าพระ เมื่อสวดมนต์จบก็ถวายน้ำร้อน น้ำเย็น ครั้นพระกลับวัดแล้วก็เลี้ยงดูผู้ที่มาฟังพระสวดมนต์
ในตอนเช้าพระสงฆ์มาฉันเช้า เมื่อแต่งตัวเด็กเสร็จเรียบร้อยแล้วนำมานั่งข้างหน้าพระ โดยนำฟักเขียวมาวางข้างหน้าเด็ก นำผ้าขาวมาปูบนพานแล้ววางใบบัวลงบนผ้าขาว ใส่ หญ้าแพรกลงกลางใบบัววางไว้เบื้องหน้าพระ พอได้เวลาพระสวดชยันโตถึงบทที่ว่า สีเสปฐวิโบก ขเร พระก็จะขลิบจุกทันที ต่อจากนั้นก็ให้ญาติผู้ใหญ่หรือพ่อของเด็กเป็นผู้โกนผมออกจนหมด แล้วรดน้ำมนต์เด็กเป็นเสร็จพิธี ส่วนผมที่โกนนั้นนำใส่ใบบัวแล้วนำไปลอยในแม่น้ำก่อนจะลอยก็อธิษฐานขอให้ความสุขความเจริญจงมีแก่เด็กสืบไป

       สาระ เป็นพิธีกรรมที่ยึดถือปฏิบัติกันมาแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันจะเหลือน้อยลง เป็นพิธีที่ทำเพื่อให้พ่อแม่เด็กมีขวัญและกำลังใจในการเลี้ยงลูกและเพื่อให้ลูกได้นึกถึงว่าตนโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว

© 2018 ศูนย์สารสนเทศชุมชน ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี.

Please publish modules in offcanvas position.